เผือกร้อนถึงมือ “ฮ็อดสัน”

จากการพ่ายแพ้ติดต่อกันในลีก 5 นัดรวดของทีม “ปราศาทเรือนแก้ว” คริสตัล พาเลซ ทำให้แฟรงค์ เดอ บัวร์ กุนซือชาวดัตช์ ถูกปลดออกจากตำแหน่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือเป็นผู้จัดการทีมคนแรกในพรีเมียร์ลีกที่ถูกไล่ออกในฤดูกาลนี้ ซึ่งหลังจากนั้นก็ทำการแต่งตั้งรอย ฮ็อดสัน ผู้จัดการทีมวัยเก๋าเข้ามาคุมทีมแทนทันที ซึ่งหวังว่าทีมจะมีผลการแข่งขันที่ดีขึ้น เพื่อต้อนรับการมาเยือนของเซาต์แธมตัน แต่ผลการแข่งขันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาก็ไม่เป็นใจให้กับแฟนบอลในเซลเฮิร์ส ปาร์ค อีกครั้ง เมื่อเจ้าถิ่นต้องพ่ายคาบ้านให้กับทีม “นักบุญ” 0-1 จากประตูวัยของสตีเว่น เดวิส กัปตันทีมของผู้มาเยือนตั้งแต่ต้นเกม ทำให้จาก 5 นัดที่ผ่านมาคริสตัล พาเลซ ยังไม่สามารถเก็บคะแนนได้เลยแม้แต่แต้มเดียว หนำซ้ำยังไม่สามารถพังประตูคู่ต่อสู้ได้อีกด้วย และเสียไปถึง 8 ประตู ซึ่งถือเป็นงานหนักสำหรับอดีตกุนซือทีมชาติอังกฤษเลยทีเดียวที่ตกลงรับเผือกร้อนชิ้นนี้ต่อจากแฟรงค์ เดอ บัวร์ และหากมองถึงโปรแกรมนัดถัดๆไปแล้ว แฟนบอลคริสตัล พาเลซ เตรียมทำใจไปอีกซักพักได้เลย เมื่อโปรแกรมในสัปดาห์หน้าต้องบุกไปเยือนอิติฮัด สเตเดี้ยมของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่กำลังฟอร์มร้อนแรงสุดๆ ต่อด้วยบุกรังโอลด์ แทรฟฟอร์ดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงร่วมของพรีเมียร์ลีกในเวลานี้ ก่อนที่จะพักเบรคให้กับทีมชาติทำศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก และกลับมาสู่พรีเมียร์ลีกอีกครั้งกลางเดือนตุลาคม ซึ่งพาเลซต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของแชมป์เก่าอย่างเชลซีทันที ซึ่งจากโปรแกรมที่กล่าวมาลูกทีมของรอย ฮ็อดสันไม่สามารถพลิกล็อคมีแต้มได้แม้แต่นัดเดียว เท่ากับว่าทีมจากเมืองหลวงทีมนี้จะไม่มีคะแนนเลยแม้แต่คะแนนเดียวหลังจากผ่านไปแล้ว 8 นัด ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง โอกาสตกชั้นของคริสตัล พาเลซ นั้นสูงมากจริงๆ เพราะไม่รู้ว่าจะถูกทีมอื่นๆ หนีไปกี่คะแนน และกว่าจะได้ลุ้นคะแนนแรกก็ต้องเลยไปถึงนัดที่ 9 ที่จะบุกไปเยือนเซนต์ เจมส์ ปาร์ค ของนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ซึ่งก็ยังไม่แน่ว่ามีแต้มกลับออกมา

การตกลงรับงานครั้งนี้ของกุนซือวัย 70 ปี ดูท่าว่าอาจจะเป็นงานพาร์ท ไทม์เท่านั้น เพราะโปรแกรมที่หนักอึ้งในช่วงเวลาต่อจากนี้ บวกกับเจ้าของทีมคริสตัล พาเลซอย่างสตีฟ แพริส ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอดทนต่ำอยู่ด้วย ทำให้โอกาสที่ “ปู่รอย” จะอยู่คุมทีมในถิ่นเซลเฮิร์ส ปาร์ค ไปถึงช่วงปีใหม่นั้นมีโอกาสเป็นไปได้น้อยเหลือเกิน